แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การใช้อาวุธปืนให้ปลอดภัย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การใช้อาวุธปืนให้ปลอดภัย แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ทำไมจึงมักจะมีคนกล่าวว่า ทหาร ไม่ใช่นักกีฬา



สิ่งที่ยังคงค้างคาในใจของผมมานานนั่นคือ ความแตกต่างระหว่างการสร้างนักกีฬากับทหารขึ้นมาสักคนคืออะไร เพราะไม่ว่านักกีฬาหรือทหารต่างก็ต้องมีร่างกายที่แข็งแรง มีจิตใจที่มุ่งมั่น มีวินัยไม่ว่าจะเป็นการฝึกซ้อม หรือ การฝึกทางทหาร ซึ่งท่าจะว่ากันไปแล้ว มีหลายครั้งที่นักกีฬามีความเหนือกว่าทหารด้วยซ้ำ จริงๆ แล้วสิ่งที่ทำให้หลายคนมองว่า ทหารต่างกับนักกีฬาก็คือความเสียสละ ซึ่งที่กล่าวมาตรงนี้ไม่ได้หมายความว่านักกีฬาเป็นผู้ไม่เสียสละ แต่สิ่งที่ทหารมีความเสียสละที่ต่างกันจากความเป็นนักกีฬาคือ ทหารเสียสละร่างกายอวัยวะหรือแม้กระทั่งชีวิต เพื่อปกป้องในสิ่งที่เชื่อ ประเทศชาติ องค์กร หน่วยงาน และ คนที่อยู่ข้างๆ นั่นก็คือเพื่อนทหารด้วยกันเอง
นอกจากความเสียสละแล้วที่มีความแตกต่าง อีกก็คือ กระบวนการหรือ process ในการสร้างนักกีฬากับทหารมีความต่างกันอย่างชัดเจน เช่น การใช้ทรัพยกรเพื่อสร้างนักกีฬา มีความต่างกันอย่างเห็นได้ชัด เช่น อาหารการกิน นักกีฬาอาจจะได้รับอาหารที่ดีกว่าและมากกว่าทหาร เพราะทหารนั้นต้องใช้ทรัพยากรอย่างจำกัดในการสร้างทหารขึ้นมา นอกจากนี้ยังมีเรื่อง การใช้อาวุธ ตัวอย่างที่เราจะเห็นได้ชัดคือ ทหารแต่ละคนเมื่อได้เข้ามาเป็นทหาร อาจจะได้มีโอกาสยิงปืนโดยใช้กระสุนไม่กี่นัด เช่น เรื่องเล่าว่าทหารเวียดกงในช่วงสงครามเวียดนาม ก่อนที่ทุกคนจะจับปืนออกมาทำการรบ จะได้มีโอกาสฝึกด้วยกระสุนจริงเพียง 5 นัด
สำหรับความแตกต่างสุดท้ายที่พอนึกออกก็ ความต่อเนื่องในการเผชิญสิ่งที่ไม่คาดคิด นักกีฬาอาจถูกฝึกให้อดทน เพื่อให้มีความสามารถที่จะชนะในเกม ซึ่งทุกคนจะรู้ว่าเกมของตนนั้นจบเมื่อไหร่ แต่ทหารนั้นไม่รู้ว่าภารกิจของตนเองจะจบเมื่อไหร่ เมื่อเสร็จภารกิจหนึ่งอาจจะถูกลากให้ไปทำในภารกิจที่ 2 เมื่อภารกิจที่ 2 เสร็จก็อาจจะลากไปทำต่อในภารกิจที่ 3 และไปต่อเรื่อยๆ จนกว่าจะจบ หรือไม่ก็เสียชีวิต ตัวอย่างพวกนี้ สามารถเห็นได้ในสงครามที่มีความยืดเยื้อยาวนาน ทหารจะถูกลากให้ทำภารกิจต่อเนื่องไปเรื่อยๆ โดยไม่สามารถที่จะตอบได้ว่า ภารกิจเราจะจบเมื่อไร

เพราะฉะนั้นทหารจึงไม่ใช่นักกีฬา เราถูกสร้างมาบนทรัพยากรที่จำกัด โดยมีความคาดหวังว่าเราจะต้องเป็นผู้เสียสละที่สละได้แม้กระทั่งชีวิตของเราเพื่อปกป้องในสิ่งที่เราเชื่อ และ เราต้องพร้อมที่จะทำหน้าที่ของเราต่อไปเรื่อย จนกว่าเราจะหยุดหายใจ ดังนั้นอาวุธที่สำคัญที่สุดของกองทัพก็คือ ตัวของทหารเองไม่ใช่สิ่งอื่นใด ผมชอบข้อความข้างล่างครับ ซึ่งคำถามที่เราจะต้องตอบในวันนี้คือ เราเป็นอาวุธที่แหลมคมหรือยัง หรือคิดเอาเองว่าเราเป็นอาวุธที่ใช้การได้ แต่ข้อเท็จจริงเราคือ อาวุธที่มีแต่ความทื่อหาความคมใดๆ ไม่ได้เลย แล้วหลอกตัวเองว่าเป็น  Hooaha!!!!


My aim is accurate 
Because I have trained it
My mind is sharp
Because I honed it
My body is strong
Because I have pushed it
I have earned my skill 
with sweat and blood
I am not athlete 
I am a weapon!!

วันพุธที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2558

รายการ Tactical Line ตอนที่ 1 - กฏนิรภัยการใช้อาวุธปืน

รายการ Tactical Line ตอนที่ 1 - กฏนิรภัยการใช้อาวุธปืน 

จากข่าวอาชญากรรมที่ดูเหมือนจะเกิดเยอะขึ้นในช่วงนี้ ผมเชื่อว่าส่งผลให้หลายๆ ท่านเริ่มที่จะคิดถึงการป้องกันตนเอง ครอบครัว และ ทรัพย์สินของท่านกันมากขึ้น และ หนึ่งในวิธีการที่หลายท่านนึกถึงนั้นคือ การหาอาวุธปืนมาครอบครอง แต่การได้มาครอบครองนอกจากจะเป็นเรื่องที่มีความวุ่นวายยุ่งยากพอสมควรแล้ว สิ่งที่หลายท่านยังกังวลกันคือ ความสามารถมารถในการใช้อาวุธปืน และความปลอดภัยในการใช้อาวุธปืน เมื่อเราได้ครอบครองอาวุธปืน

วันนี้ผมจะมาเล่าเรื่องชวนรู้เกี่ยวกับ ความปลอดภัยในการใช้อาวุธปืน หรือบางท่านเรียกว่า นิรภัยการใช้อาวุธปืน คำถามคงจะเริ่มที่ ทำไมเราต้องมีความรู้ในเรื่องของ นิรภัยการใช้อาวุธปืน คำตอบง่ายๆ ที่สามารถนึกได้ในทันทีคือ ข้อพึงปฏิบัติในการจับถืออาวุธปืนให้มีความปลอดภัย ทั้งตนเอง ผู้อื่น และ สิ่งของต่างๆ ที่อยู่รอบๆ หรือใกล้เคียงตัวเรา

ความจริงเรื่อง ความปลอดภัยในการใช้อาวุธปืน นั้นเป็นสิ่งพื้นฐานที่ทุกคนที่จะเริ่มยิงปืน ต้องได้รับคำแนะนำ สอน และต้องปฏิบัติ ท่านที่มีโอกาสได้ไปสนามยิงปืนจะพบว่า ตามสนามยิงปืนจะติดกฏนริภัย หรือ กฏความปลอดภัย ซึ่งแต่ละแห่งก็จะมีมาก มีน้อยกันไปตามที่ผู้นำกฏเหล่านั้นมาเผยแพร่ บางแห่งมี 10 ข้อ บางแห่งมี 12 ข้อ ส่วนผมที่จะนำมาเล่าวันนี้มีเพียง 4 ข้อ โดยนำมาจากหนังสือชื่อ “How to Shoot Like a Navy SEAL” ของ Chris Sajnog ที่ตีพิมพ์ออกมาเมื่อ พ.ย.2556 ที่ผ่านมา

ถ้าถามผมว่าทำไมผมเลือก กฏนิรภัยการใช้อาวุธปืน ของ Chris Sajnog มาเล่าให้ทุกท่าฟัง คำตอบง่ายๆ คือ สั้น กระทัดรัด ชัอดเจน ครอบคลุม และ ที่สำคัญ เราไม่ต้องไปท่องจำอะไรที่เยอะแยะมากมาย นำไปปฏิบัติได้ง่าย โดย กฏนิรภัยการใช้อาวุธ 4 ข้อ มีดังนี้ครับ

1) พึงระลึกไว้เสมอว่าปืนทุกกระบอกมีกระสุนอยู่ในรังเพลิง (Always Treat a gun as if it’s loaded!!!) กฏข้อนี้มีความสำคัญมากเพราะไม่ว่าปืนจะมีกระสุนบรรจุอยู่ในรังเพลิงหรือไม่ก็ตาม จะทำให้เรานั้นระมัดระวังในการจับถือ และเพราะหากเราจับถือปืนโดยนึกว่าไม่มีกระสุนปืนบรรจุอยู่ ก็จะทำให้เราประมาทและอาจนำไปสู่ความสูญเสียได้ครับ

2) ไม่วาดปืนหรือชี้ปืนไปในทิศทางที่ไม่ต้องการจะยิง (Gun pointed in a safe direction!!!) กฏข้อนี้นั้นหมายถึงการชี้ไปยังทิศทางที่ไม่ต้องการจะยิง หรือ การเคลื่อนย้ายปืนโดยจะต้องควบคุมไม่ให้ปากกระบอกปืนผ่านทิศทางที่เราไม่ได้ต้องการยิง

3) ไม่สอดนิ้วเข้าโกร่งไกปืน ถ้าไม่ต้องการจะยิง (Keep your finger off the trigger!!!) กฏข้อนี้จะให้ความสำคัญกับตำแหน่งของนิ้วที่จะลั่นไก ถ้าเราไม่ต้องการที่จะลั่นไกเราต้องเอานิ้วไว้นอกโกร่งไกปืนเสมอ

4) แยกแยะเป้าหมาย (Know your target & beyond) กฏข้อนี้ให้ความสำคัญกับการดูเป้าหมาย และแยกแยะว่าสิ่งใดคือสิ่งที่เราจะยิง และสิ่งคือสิ่งที่ไม่ต้องการจะยิง นอกจากนี้ยังต้อง วิเคราะห์ ด้วยว่าทิศทางที่เราต้องการจะยิงนั้นสามารถทำอันตรายกับบุคลอื่นได้หรือไม่

จากกฏ 4 ข้อนี้ หากพึงระลึกไว้เสมอ และปฏิบัติตามได้ครบถ้วนอย่างทุกครั้งที่จับถืออาวุธปืน ผมเชื่อว่า เราจะมีความมั่นใจได้ว่า การจับถืออาวุธปืน ของเรามีความปลอดภัย และจะไม่ไปทำร้ายตัวเราเอง บุคคลข้างเคียง หรือความเสียหายกับทรัพย์สินสิ่งของต่างๆ เห็นมั้ยครับ เรื่องการจับถืออาวุธปืนให้ปลอดภัย ไม่ใช่สิ่งที่ยากอะไรเลย เพราะ “ถ้าเราทำได้ คุณก็ทำได้” พบกับพวกเราคู่หู Tactical ได้ใน รายการ Tactical Line ….. สวัสดีครับ

ปล. ท่านสามารถชมเนื้อหาของบทความนี้ได้ใน รายการ Tactical Line ตอนที่ 1 - กฏนิรภัยการใช้อาวุธปืน หรือ ความปลอดภัยการใช้อาวุธปืน ( ยิงปืน )