วันพุธที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2558

กระดาษใบนี้ มาจากการวางแผน

กระดาษใบนี้เป็นกระดาษที่ผมได้มาโดยการวางแผน เป็นกระดาษที่เป็นของแถมมากจากกระดาษใบแรกที่มีมูลค่าประมาณ 5 ล้านบาท โดยทั่วไปมหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ สำหรับการศึกษาในระดับปริญญาเอกจะมีวิชาที่เป็นวิชาการ ประมาณ 8 วิชา จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการทำวิจัย ผมเองก็ไม่ต่างกัน ปริญญาเอกที่ผมไปศึกษานั้นต้องเรียนประมาณ 8 วิชาแต่ผมขออนุญาตอาจารย์และสำนักงานผู้ช่วยทูตทหาร ลงเรียนเพิ่มอีก 11 วิชา รวมเป็น 19 วิชา ส่งผมให้ผมจบปริญญาโทอีกใบก่อนหน้าที่ผมจะจบปริญญาเอก 6 เดือน ทุกวันนี้ผมเองก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรจากกระดาษใบนี้เลย ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าแปลก สังคมไทยของเราหลายคนอยากจะมีกระดาษลักษณะนี้ เพื่อที่จะใช้เป็นสิ่งบ่งบอกสถานะในสังคม

เมื่อไหร่สังคมไทยจะก้าวผ่านค่านิยมการมีกระดาษแล้วหันมาให้ความสามารถกับขีดความสามารถของคน ทักษะของคน คุณค่า และ จิตวิญญาณ ของคน โอกาสของคนเรานั้นไม่เท่ากัน ผมนั้นอาจจะมีโอกาสและจังหวะที่ดีกว่าหลายคนที่ได้มีโอกาสไปคว้ากระดาษพวกนี้มา แต่การที่มีมันกลับไม่ได้มีประโยชน์อันใดเลย เพราะถ้าเรามีมันแล้วเราไม่ได้ทำอะไรให้มีคุณค่ากับสังคมเลย แล้วเราจะมีมันไปทำไม สิ่งต่างๆ เหล่านี้คือกับดักทางความคิด ที่ทำให้เราไขว่คว้าไปเรื่อยๆ แต่เมื่อถึงมันแล้ว เราก็ไปไขว่คว้าหาสิ่งใหม่ต่อไป นี่แหละความไม่เคยพอของคน